Game of Thrones รีวิวซีรีส์ที่ดีที่สุดในโลก

Share This Post

Share on facebook
Share on twitter

เป็นซีรีส์ที่สร้างจากนิยายแฟนตาซีสุดฮิตอย่าง A Song of Ice and Fire เขียนโดย Gorge R.R. Martin ซึ่งชื่อ Game of Thrones ก็ได้มาจากชื่อหนังสือเล่มแรกจากทั้งหมด 5 เล่ม ที่ตีพิมพ์ออกมาแล้ว ซึ่งเหลืออีก 2 เล่มที่ยังเขียนไม่เสร็จ ซีรี่ส์เรื่องนี้ได้สตูดิโอดังอย่าง HBO อำนวยการสร้างด้วยงบประมาณมหาศาลโดยเฉพาะซีซั่นสุดท้ายแต่ละตอนก็ใช้ทุนสร้างไปราวตอนละ 15 ล้านเหรียญสหรัฐเข้าไปแล้ว ซึ่งรวม8ตอน ทุนสร้างก็สูงเกิน100ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งมากกว่าหนังใหญ่ในฮอลลีวู้ดหลายๆเรื่องด้วยซ้ำ หนำซ้ำยังกวาดรางวัลไปมากมายโดยเฉพาะจาก Emmy Awards ที่กวาดไปถึง 38รางวัล

Game of Thrones ซีรีส์ที่จะพาคุณย้อนกลับไปยังช่วงยุคศักดินาที่ห้ำหั่นและแย่งชิงอำนาจกันอย่างดุเดือดและบ้าคลั่ง

เนื้อเรื่องจะเกิดขึ้นในยุคที่เปรียบเสมือนยุคกลางของประวัติศาสตร์ยุโรปและได้แรงบัลดาลใจจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์สำคัญของอังกฤษอย่างสงครามกุหลาบ แต่จะนำมาดัดแปลงเป็นเรื่องราวในโลกที่ผู้เขียนสร้างขึ้นมาเอง โดยเนื้อเรื่องหลักๆ จะอยู่บนทวีปที่ชื่อ Westeros และ Essos โดยจะเป็นเรื่องราวการแย่งชิงบัลลังค์ของเหล่าขุนนาง อัศวิน และเจ้าครองอาณาจักรต่างๆทั้ง7 อาณาจักรบนแผ่นดิน Westeros โดยมีศูนย์กลางของเรื่องราวอยู่ที่เมืองหลวงอย่าง King’s landing และมีตระกูลต่างๆที่เข้าร่วมสงครามแย่งบังลังค์ในครั้งนี้อย่างตระกูล บาราเธียน, แลนนิสเตอร์ มาเทล แอริณ ทัลลี ไทเรล ทาเกเรี่ยน และตระกูลที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างตระกูลสตาร์ค นอกจากเรื่องราวการห้ำหั่นกัน การหักหลังและการต่อสู้ที่เข้มข้นดำเนินไปอยู่นั้นก็ยังจะมีเรื่องราวแฟนตาซีต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายนอกกำแพงน้ำแข็ง ที่เป็นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มไนท์วอชที่คอยปกป้องกำแพงและอาณาจักทั้ง7, กลุ่มคนเถื่อนจากนอกกำแพงอันหนาวเหน็บ และลาสบอสอย่างไนท์คิงและเหล่าไวท์วอร์คเกอร์ที่แสนน่ากลัวที่พยายามจะเปลี่ยนทุกดินแดนให้เป็นดินแดนเหมันต์แห่งความตาย โดยทุกเรื่องราวจะร้อยเรียงมาสู่บทสรุปเดียวกันอย่างไรคุณสามารถหาคำตอบได้ทางช่อง HBO

ซีรี่ส์ที่สามารถมอบทุกอารมณ์และความรู้สึก ทั้งยังมีเรื่องราวที่ซับซ้อนเกินการคาดเดา

ถ้าจะให้พูดถึงซีรี่ส์แล้วล่ะก็สิ่งที่ดึงดูดและมัดใจผู้ชมที่ได้ดูซีรี่ส์เรื่องนี้แล้วก็คือเนื้อเรื่องที่ทั้งสลับซับซ้อน จนต้องมาลุ้นเอาใจช่วยตัวละครที่ชอบ และไม่สามารถรู้ได้เลยจะมีตัวไหนที่ตายและรอดได้บ้าง ทั้งยังมีฉากหักมุมการหักหลังเพื่อช่วงชิงอำนาจกันอย่างดุเดือด และบทพูดที่สุดแสนจะคมคายและแฝงด้วยปรัชญาที่ทุกตัวละครเชือดเฉือนใส่กันจนคุณแทบจะต้องตั้งใจฟังทุกประโยคกันเลยทีเดียว นอกจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและบทพูดที่ดุเดือดแล้วนั้น ฉากแอคชั่นในเรื่องนี้ก็ทำออกมาได้อย่างสุดยอดไม่แพ้กัน สามารถทำให้เราลุ้นเชียร์ตัวละครที่เรารักจนแทบเกือบลืมหายใจกันเลยทีเดียว ฉากที่ทุกคนต่างบอกว่าพีคที่สุดก็คงเป็นฉากสงคราม Battle of Bastard ที่ต้องบอกเลยว่ายังไงก็ต้องได้ดูฉากนี้สักครั้งในชีวิตเป็นฉากสงครามที่ทั้งลุ้น มันส์ สะใจและเศร้าใจในตอนๆเดียว และด้วยงานภาพและวิชชวลเอฟเฟคต่างๆ ที่ไม่แพ้หนังโรงทำให้เราได้เห็นความแฟนตาซีอย่างจุใจ ทั้งมังกร เหล่าซอมบี้ไวท์วอร์คเกอร์ ส่วนด้านงานเสียงก็ไม่น้อยหน้าเอาแค่ opening sound ที่ติดหูใครหลายๆคนและได้รับรางวัลมากมาย จนผมต้องเอามาตั้งเป็นเสียงเรียกเข้ากันเลย และการเลือกใช้เสียงและดนตรีเพิ่มอารมณ์ที่เหมาะสมกับฉากต่างๆได้ดีจนสามารถดึงอารมณ์ของผู้ชมให้อินได้สุดๆ ถึงแม้ซีซั่นสุดท้ายจะทำออกมาได้ไม่ดีเท่าซีซั่นก่อนหน้าจนถูกวิจารณ์กันไปแต่ยังไงซีรี่ส์เรื่องนี้ก็ควรค่าแก่การหาเวลาดูให้ได้ ท้ายนี้ก็ต้องขอเตือนคนที่อยากดูเรื่องนี้เรื่องเดียวคือคุณต้องหาเวลาว่างให้ตัวเองให้ได้เพราะเมื่อคุณได้ลองดูไปแล้วคุณจะไม่สามารถหยุดดูมันได้เลย 

More To Explore